รวบผู้ต้องสงสัย 1 รายวางบอมบ์ "พุทธคยา" Print E-mail


ตำรวจอินเดียจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชาย 1 ราย ที่คาดว่ามีส่วนพัวพันกับเหตุวางระเบิดที่พุทธคยา พุทธศาสนสถานสำคัญในรัฐพิหาร และกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบชาย 2 ราย กำลังวางระเบิด

 

รัฐบาลอินเดียเรียกการระเบิดครั้งนี้ว่าเป็นการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุระเบิด 8 ครั้งที่พุทธศาสนสถานในรัฐพิหาร  เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเผยว่า ตำรวจกำลังกระทำทุกวิถีทางเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยในกล้องวงงจรปิดให้ได้ อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดครั้งนี้ แต่ตำรวจเปิดเผยว่า เคยประกาศเตือนก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มนักรบอิสลามิสต์อาจก่อเหตุโจมตีพุทธคยา เนื่องจากไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่า

ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่านายวินอด มิสตรี ถูกนำตัวไปฝากขัง ฐานมีส่วนพัวพันกับเหตุระเบิดหลายครั้งที่พุทธคยา โดยตำรวจสามารถจับกุมตัวนายมิสตรีที่เขตพาราชัตติ ซึงเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏลัทธิเหมา ห่างจากเมืองปัตนา เมืองเอกของรัฐพิหารราว 129 กม.

เจ้าหน้าที่เผยว่า เกิดเหตุระเบิดขนาดเล็ก 8 ครั้ง ในช่วงเช้าตรู่วานนี้ (7 ก.ค.) ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย นอกจากนั้นยังพบระเบิดอีก 2 ลูกที่ถูกปลดชนวนภายในศาสนสถาน โดยหนึ่งในนั้นถูกพบใกล้กับพระพุทธรูปขนาดความสูง 24 เมตร ส่วนต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ

นายกรัฐมนตรีมานโมฮาน ซิงห์ของอินเดีย กล่าวประณามว่าการวางระเบิดโจมตีศาสนสถานจะไม่ได้รับการให้อภัย  ส่วนนายอาร์ พี เอ็น ซิงห์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย เปิดเผยว่า แน่ชัดว่าการกระทำครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย และเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนถึงสาเหตุระเบิด

ตำรวจนิวเดลีเคยแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่รัฐพิหารว่ากลุ่มนักรบอิสลามิสต์ของกลุ่มมูจาฮีดีน กำลังวางแผนโจมตีศาสนสถานของศาสนาพุทธ เพื่อเป็นการตอบโต้เหตุการณ์ที่ชาวพุทธก่อเหตุโจมตีชาวมุสลิมในพม่า และพุทธคยาอาจเป็นหนึ่งในนั้น

ในขณะนี้ ตำรวจได้เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยรอบพุทธสถาน เหตุระเบิดที่ทำให้มีพระสงฆ์ 2 รูป ซึ่งเป็นชาวทิเบตวัย 50 ปี และชาวพม่า อายุ 30 ปี  ได้รับบาดเจ็บ และกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล  แรงระเบิดส่งผลให้หน้าต่างอาคารหลังหนึ่งได้รับความเสียหาย ขณะที่ประตูไม้ของอาคารหลักได้รับความเสียหาย

พุทธคยาเป็น 1 ใน 4 สังเวชนียสถานที่สำคัญของศาสนาพุทธ เนื่องจากเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในแต่ละวันจึงมีชาวพุทธจากทั่วโลกเดินทางไปกราบไหว้สังเวชนียสถานแห่งนี้จำนวนมาก และได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2002

ที่มา:
มติชน